กองคลัง

กองคลัง  ให้มีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับงานการจ่าย การรับ การนำส่งเงิน การเก็บรักษาเงินและเอกสารทางการเงิน การตรวจสอบใบสำคัญ ฎีกา งานเกี่ยวกับเงินเดือน  ค่าจ้าง  ค่าตอบแทน  เงินบำเหน็จบำนาญ  เงินอื่น ๆ  งานเกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณ  ฐานะทางการเงิน การจัดสรรเงินต่าง ๆ การจัดทำบัญชีทุกประเภท ทะเบียนคุมเงินรายได้ และรายจ่ายต่าง ๆ  การควบคุมการเบิกจ่าย  งานทำงบทดลองประจำเดือน  ประจำปี  งานเกี่ยวกับการพัสดุของเทศบาลและงานอื่น ๆ  ที่เกี่ยวข้องและที่ได้รับมอบหมาย

กองคลัง  จัดแบ่งส่วนราชการภายใน  ดังนี้

ก.      ฝ่ายบริหารงานทั่วไป

  • งานธุรการ

ข.      ฝ่ายบริหารงานคลัง

  • งานสถิติการคลัง

  • งานตรวจสอบการเบิกจ่าย

ค.      ฝ่ายการเงินและบัญชี

  •  งานการเงินและบัญชี

ง.       ฝ่ายพัสดุและทรัพย์สิน

  • งานการพัสดุ

  • งานทะเบียนและควบคุมทรัพย์สิน

จ.      ฝ่ายพัฒนารายได้

  • งานพัฒนาและเร่งรัดรายได้

  • งานผลประโยชน์และกิจการพาณิชย์

ฉ.   ฝ่ายแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน

  • งานแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน

ช. ฝ่ายระเบียบการคลัง

  • งานระเบียบการคลัง

งานบริการประชาชนกองคลัง

1. การยื่นแบบเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีป้าย ภาษีบำรุงท้องที่

 ภาษีโรงเรือนและที่ดิน หมายถึงภาษีที่จัดเก็บจากโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ กับที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่อง กับโรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นนั้น ผู้มีหน้าที่เสียภาษีโรงเรือนและที่ดินคือเจ้าของโรงเรือน หรือสิ่ง ปลูกสร้างอย่างอื่นๆ เช่น ตึก อาคาร เป็นต้น ที่ปลูกสร้างในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานีซึ่งใช้หาประโยชน์ โดยใช้เป็นสถานประกอบการพาณิชย์ต่าง ๆ ให้เช่า หรือให้ผู้อื่นอยู่อาศัย

 กรณีชำระปกติ

  1. ยื่นแบบประเมินภาษี (ภ.ร.ด.2)

  2. ตรวจสอบเอกสาร

  3. ออกใบแจ้งรายการประเมิน (ภ.ร.ด.8) – ออกใบเสร็จรับเงิน

(กรณีชำระค่าภาษีทันที)

รายการเอกสารหลักฐานประกอบ

1.ใบเสร็จรับเงินปีที่ผ่านมาหรือสำเนาใบเสร็จรับเงิน

2.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

 

     – ภาษีบำรุงท้องที่ เป็นภาษีที่เก็บจากบุคคลหรือคณะบุคคลไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลซึ่งมี กรรมสิทธิ์ในที่ดินหรือครอบครองอยู่ในที่ดินไม่เป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชน

กรณีชำระปกติ

  • ยื่นแบบประเมินภาษี (ภ.บ.ท.5)

  • ตรวจสอบเอกสาร

  • ออกใบเสร็จรับเงิน

รายการเอกสารหลักฐานประกอบ

          1. ใบเสร็จรับเงินปีที่ผ่านมา หรือสำเนาใบเสร็จรับเงิน

          2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

          3. เอกสารประกอบอื่น ที่เกี่ยวข้อง เช่น  สำเนาเอกสารสิทธิ์ที่ดิน

    – ภาษีป้าย  ป้าย หมายความว่าป้ายแสดงชื่อ  ยี่ห้อ หรือเครื่องหมายที่ใช้ในการค้าหรือประกอบกิจการอื่นเพื่อหารายได้หรือโฆษณาการค้าหรือกิจการอื่นเพื่อหารายได้  ไม่ว่าจะแสดงหรือไว้ที่วัตถุใด ๆ ด้วยอักษร ภาพ  หรือเครื่องหมายที่เขียนแกะสลัก จารึกหรือทำให้ปรากฏด้วยวิธีอื่น

เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ

            1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ชำระภาษี  จำนวน 1 ฉบับ

            2. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ชำระภาษี  จำนวน 1  ฉบับ

            3. ใบอนุญาตติดป้ายหรือใบเสร็จรับเงินครั้งสุดท้าย (ถ้ามี) จำนวน 1  ฉบับ

            4. หนังสือมอบอำนาจพร้อมติดอากรแสตมป์  10 บาท  จำนวน  1  ฉบับ

การยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีป้าย

           เจ้าของป้ายยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายตามแบบและวิธีการที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด  ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี  เจ้าของป้ายรายใหม่หรือมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงป้ายให้ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อรับการประเมิน ภายใน 15 วัน  นับตั้งแต่วันติดตั้งป้าย  หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงป้าย

           การชำระภาษีป้ายเจ้าของป้าย  ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อชำระภาษีป้ายภายในเดือนมีนาคมของทุกปี  ชำระได้ที่ฝ่ายพัฒนารายได้กองคลัง  เทศบาลเมืองมหาสารคาม  หรือโดยวิธีการส่งธนาณัติ  ตั๋วแลกเงินของธนาคาร  โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนและการชำระผ่านทางธนาคาร

เงินเพิ่ม  ผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้ายเสียเงินเพิ่มในกรณีดังต่อไปนี้

          1. ไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายภายในเวลากำหนด

              – เสียเงินเพิ่ม 10 % ของจำนวนเงินภาษี

              – เสียเงินเพิ่ม 5 %  ของจำนวนเงินภาษี  กรณียื่นแบบแสดงรายการก่อนได้รับแจ้งการประเมิน

          2. ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีไม่ถูกต้อง

              – เสียเงินเพิ่ม 10 %  ของเงินภาษี  ส่วนที่ประเมินเพิ่มเติม

          3. ไม่ชำระภาษีภายในกำหนด นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน

               – เสียเงินเพิ่ม 2 % ต่อเดือนของค่าภาษีป้าย เกิน 4 เดือน ให้เสียเพิ่ม 10 %

การขอคืนเงินภาษีป้าย

         – เสียภาษีโดยไม่มีหน้าที่ต้องเสียหรือเสียเกินกว่าที่ต้องเสีย

         – ยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษี  ภายใน  1  ปี  นับแต่วันที่เสียภาษี  โดยยื่นต่อผู้บริหารท้องถิ่น

2. การปรับข้อมูลทรัพย์สินของผู้ชำระภาษีไม่ถูกต้อง 

ระยะเวลาดำเนินการ 10 – 20 นาที

      – ตรวจสอบเอกสาร

      – ตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่

      – ปรับข้อมูลในทะเบียนทรัพย์สิน (ผ.ท.1,2,36,4) และโปรแกรม

สำเร็จรูประบบแผนที่ภาษีฯ ให้ถูกต้องตามข้อเท็จจริง

3. การขอจดทะเบียนพาณิชย์

  • ผู้มีหน้าที่จดทะเบียนพาณิชย์คือ บุคคลธรรมดาคนเดียว หรือหลายคน หรือนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศที่มาตั้งสำนักงานสาขาในประเทศไทย ซึ่งประกอบกิจการค้าอันเป็นพาณิชย์กิจตามที่กระทรวง พาณิชย์กำหนด

ขั้นตอนการจดทะเบียนพาณิชย์ (บุคคลธรรมดา) ขั้นตอนกรณีจดทะเบียนพาณิชย์ (ตั้งใหม่)

  1. ผู้ประกอบการกรอกรายการตามแบบ ทพ. และยื่นคำขอต่อเจ้าหน้าที่/ นายทะเบียน

  2. เจ้าหน้าที่/นายทะเบียนตรวจคำขอและหลักฐาน

  3. ผู้ประกอบการรับใบสำคัญทะเบียนพาณิชย์และชำระค่าธรรมเนียม

เอกสารหลักฐานประกอบ

  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ประกอบการ

  2. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ประกอบการ

  3. เอกสารเกี่ยวกับการประกอบการพาณิชย์ (ถ้ามี) เช่น

3.1 หนังสือให้ความยินยอมใช้สถานที่ พร้อมสำเนาบัตรประจำตัว ประชาชน , สำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าของบ้าน

3.2 สัญญาเช่าอาคาร พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน, สำเนา ทะเบียนบ้านผู้ให้เช่า

3.3 หนังสือมอบอำนาจ (กรณีผู้ประกอบการพาณิชย์ไม่ได้มาจด ทะเบียนด้วยตนเอง) ติดอากรแสตมป์ 10 บาท พร้อมแนบหลักฐานสำเนา ทะเบียนบ้าน/สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนทั้งผู้มอบและผู้รับมอบ

4. แผนผังที่ตั้งร้าน

4. การขออนุญาตทำสัญญาเช่าอาคารพาณิชย์ ห้องตลาดสด แท่นตลาดสด 

  • ยื่นคำขอตรวจสอบคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน

  • รายงานผู้บริหารพิจารณาสั่งการ  (7 วัน)

  • ตรวจสอบสถานที่ดำเนินการ

  • ออกใบอนุญาต /ไม่ออกใบอนุญาต แจ้งผู้ยื่นคำขอทราบ

เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ

      1. บัตรประจำตัวและสำเนาทะเบียนบ้านผู้ขออนุญาต

      2. บัตรประจำตัวและสำเนาทะเบียนบ้านผู้จัดการหากไม่เป็นบุคคลเดียวกับผู้ถือใบอนุญาต

      3. สำเนาทะเบียนบ้านของบ้านที่ใช้เป็นที่ตั้งสถานประกาอบการ

      4. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล  พร้อมแสดงบัตรประจำตัวของผู้แทนนิติบุคคลหากผู้ขอเป็นนิติบุคคล

      5. สำเนาใบอนุญาตปลูกสร้างอาคารที่ใช้แสดงว่าอาคารที่ใช้เป็นสถานที่ประกอบการสามารถใช้ประกอบการนั้นได้โดยถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

      6. หนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบ กรณีผู้ขอรับอนุญาตไม่สามารถดำเนินการด้วยตัวเอง

ภาษีป้าย  

       ป้าย หมายความว่าป้ายแสดงชื่อ  ยี่ห้อ หรือเครื่องหมายที่ใช้ในการค้าหรือประกอบกิจการอื่นเพื่อหารายได้หรือโฆษณาการค้าหรือกิจการอื่นเพื่อหารายได้  ไม่ว่าจะแสดงหรือไว้ที่วัตถุใด ๆ ด้วยอักษร ภาพ  หรือเครื่องหมายที่เขียนแกะสลัก จารึกหรือทำให้ปรากฏด้วยวิธีอื่น

เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ

       1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ชำระภาษี  จำนวน 1 ฉบับ

       2. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ชำระภาษี  จำนวน 1  ฉบับ

       3. ใบอนุญาตติดป้ายหรือใบเสร็จรับเงินครั้งสุดท้าย (ถ้ามี) จำนวน 1  ฉบับ

       4. หนังสือมอบอำนาจพร้อมติดอากรแสตมป์  10 บาท  จำนวน  1  ฉบับ

การยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีป้าย

สถานีขนส่ง

          สถานีขนส่งเทศบาลเมืองมหาสารคาม ตั้งอยู่ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม 44000  เริ่มก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2573  แล้วเสร็จและประกาศเป็นสถานีขนส่งเทศบาลเมืองมหาสารคาม เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2515  ปัจจุบันได้ทำการปรับปรุงและก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่เมื่อ พ.ศ. 2557  มีผู้ประกอบการจำนวน  12 ราย 15 เส้นทางเดินรถ

  1. บริษัทชาญทัวร์ 1  เส้นทาง

  2. บริษัทขอนแก่นชนะชัย 3  เส้นทาง

  3. บริษัทสหสารคามยานยนต์ 1  เส้นทาง

  4. บริษัทสงวนชัยเดินรถ 2  เส้นทาง

  5. บริษัทสหพันธ์ทัวร์ 1  เส้นทาง

  6. บริษัทขนส่ง 99999 1  เส้นทาง

  7. บริษัทวาปีเดินรถ 1  เส้นทาง

  8. บริษัทเชิดชัยทัวร์ 1  เส้นทาง

  9. บริษัทแสงประทีป 2  เส้นทาง

  10. บริษัทรุ่งประเสริฐ 1  เส้นทาง

  11. บริษัทหลักเมือง 2  เส้นทาง

ผู้ใช้บริการประมาณ 2,000 – 2,500  คน/ต่อวัน  มีชานชาลาช่องจอด  22  ช่อง มีผู้จำหน่ายสินค้าในอาคารจำนวน 2 ราย

 

ตลาดโต้รุ่ง

          ตลาดโต้รุ่งเทศบาลเมืองมหาสารคาม ตั้งอยู่ ถนนผังเมืองบัญชา ตำบลตลาด อำเภอเมืองจังหวัดมหาสารคาม เป็นแหล่งจำหน่ายอาหารมากมาย สะอาดถูกสุขลักษณะให้แก่พี่น้องประชาชนที่มาจับจ่าย

ตลาดสด

ตลาดสดปัจจุบันตั้งอยู่ตำบลตลาด  อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ตลาดสดเทศบาลเมืองมหาสารคามย้ายมาจากตลาดเจริญมายังสถานที่ปัจจุบันและได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ตลาดของเรา” ลักษณะของตลาดในระยะแรกสร้างเป็นอาคารไม้ มีร้านค้าอยู่ไม่มากครั้น พ.ศ. 2478 ตลาดของเราเริ่มมีการค้าขายเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากผู้คนที่ย้ายมาใหม่ และอาศัยตามชุมชนข้าราชการโดยเฉพาะที่มากแถบโคราชได้เปิดร้านค้ามากขึ้น เช่นร้ายก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง ขนมไทยต่าง ๆ

          ใน พ.ศ. 2505 นายบุญช่วย อัตถากร ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคาม ได้มีการสร้างตึกโค้ง โดยมีลักษณะเป็นอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น  ชั้นบนเป็น “โรงแรมไทยประคอง” ด้านล่างเป็นตลาดและสถานที่ราชการ เช่นสำนักงานเทศบาลสุขศาลา  สถานธนานุบาล และมีห้างทองร้านแรก คือห้างภัทราภรณ์  ห้างอีฮง ต่อมาในปี พ.ศ. 2520 บรรดาสถานที่ราชการได้ย้ายจากตึกโค้ง และโรงแรมไทยประคองก็เลิกกิจการไป

ตลาดห้าแยก

          ตั้งอยู่ตำบลตลาด  อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม (บริเวณ 5 แยก มหาวิทยาลัยมหาสารคาม วิทยาเขตในเมือง)